การส่งผ่านความรู้จังหวะรองเง็งบนกลองชุดเชิงสร้างสรรค์
(Creative Approach: Transmission of RongNhaeng Rhythms on Drum Kits.)
งานวิจัย สร้างสรรค์เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1).เพื่อศึกษาองค์ประกอบของจังหวะดนตรีรองเง็ง 2).เพื่อสร้างสรรค์จังหวะรองเง็งบนกลองชุด และ 3).เพื่อนำการสร้างสรรค์จังหวะรองเง็งบนกลองชุดมาบูรณากับการเรียนการสอนวิชากลองชุด ผู้วิจัยได้ ศึกษา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจังหวะของ ดนตรี รองเง็ง พื้นบ้านภาคใต้ และ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5 จังหวะ ที่ได้รับความนิยม ในพื้ที่ 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ได้แก่ จังหวะโยเก็ต จังหวะอีนัง จังหวะซัมเป็ง จังหวะรุมบ้า และ จังหวะอัสลี มา ทำการ วิเคราะห์องค์ประกอบ และ รูปแบบ ของจังหวะ จากนั้นทำการสร้างสรรค์จากแนวคิดทางดนตรี ในจังหวะลาติน และ ฟังก์ พร้อมกับบันทึกผลงานในรูปแบบสื่อเสียง
ผลการวิจัยพบว่า โครงสร้าง ของจังหวะรองเง็งมี อัตราจังหวะ 2/4 อัตราความเร็วของลีลา
จังหวะจะอยู่ประมาณ M.M. Quarter note =80-120 และ อัตราจังหวะ 4/4 อัตราความเร็วของลีลา
จังหวะจะอยู่ประมาณ M.M. Quarter note 60-80 มี เทคนิคและแนวคิดที่ใช้ในการสร้างสรรค์ ในงานวิจัยนี้ประกอบด้วยการใช้ จังหวะ ของสไตล์ดนตรีของลาตินที่ผสมผสานดนตรีคิวบา ของ Son Clave เล่น บนกลองชุด เป็นสิ่งที่บ่งชี้ ความเป็นจังหวะซองโก คือ การเล่น Son Clave แบบ 3-2 และ 3-2 ใน สัดส่วน Quarter note ที่ กลอง
แสนร์ และ Cascara บนฉาบไรด์ในสัดส่วน Sixteen note ซึ่งใช้การบรรเลงกลองชุดแบบแยกประสาท ( Ostinato) ระหว่างมือซ้าย -ขวา และเท้าซ้าย - ขวา และการใช้จังหวะฟังก์บนกลองสแนร์ที่ถูกกำหนดไว้ที่มือซ้ายและตีในจังหวะ Back beat 2&4 (Rim shot) ของผู้บรรเลงน่าสนใจมากยิ่งขึ้นรูปแบบของจังหวะฟังก์เป็นรูปแบบที่ซับซ้อนและผู้บรรเลงกลองชุดควรหลีกเลี่ยงหรือสร้างจังหวะขัด กระตุก ควรมีความลื่นไหลของจังหวะ แข็งแกร่ง กระชับ และสนุกสนาน โน้ตที่ไม่เน้นควรเล่นให้เสียงเบา (Ghost Note) และเน้นที่หนักในจังหวะ 2 และ 4 ผลของงานวิจัยสามารถนำไปใช้กับการเรียนการสอน กลองชุด เพื่อให้ผู้เรียน พัฒนาทักษะปฏิบัติกลองชุด พัฒนาในการปฎิบัติรวมวงเล็ก และ ได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมพื้นบ้าน
คำสำคัญ : จังหวะรองเง็ง / กลองชุด / เชิงสร้างสรรค์ |