การวิจัยเรื่อง กระบวนการราโนราเพลงทับ-เพลงโทน กรณีศึกษา โนรานที มณีศิลป์ มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดการออกแบบท่าราโนราเพลงทับเพลงโทน 2) เพื่อวิเคราะห์กระบวนท่าราเพลงทับเพลงโทนของโนรานที มณีศิลป์ ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ(QualitativeResearch) โดยศึกษาข้อมูลจากกลุ่มประชากรที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโนราที่ผ่านการราโนรา มาไม่น้อยกว่า 10 ปี และประชากรกลุ่มนี้ต้องผ่านการสร้างสรรค์การแสดงโนรามาจนเป็นที่ยอมรับในวงการแสดงโนรา จานวน 1 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน จานวน 2 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต นอกจากนี้ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่าย มีการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้วิจัยใช้วิธีการศึกษาจากเอกสาร ตารา หนังสือ บทความ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และศึกษาข้อมูลภาคสนาม จากการสังเกต การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม โดยนาทฤษฎีการออกแบบทางศิลปะมาวิเคราะห์เทคนิคการออกแบบท่ารา กับ ทฤษฎีการเคลื่อนไหวมาวิเคราะห์กระบวนท่าราเพลงทับ-เพลงโทน จานวน 3 บท เพื่อให้ได้มาซึ่งอัตลักษณ์การราโนราเพลงทับ เพลงโทนของโนรานที มณีศิลป์
ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการออกแบบท่าราเพลงทับ-เพลงโทนของโนรานที มณีศิลป์ มีขั้นตอนดังนี้ 1 .ศึกษาตัวบทกลอนเพื่อตีความหมายของเนื้อหาสระบทกลอน 2. ศึกษาจากท่าราดั้งเดิมเพื่อนามาออกแบบให้สอดคล้องกับเนื้อหาของบทกลอนแต่ในเนื้อหาบางคาไม่สามารถนาท่าดั้งเดิมมาใช้โนรานที มณีศิลป์ใช้การสร้างท่าใหม่ขึ้นมาแต่ลักษณะของการใช้ท่ารายังคงเป็นแบบโนรา 3. วางโครงท่าราที่ประดิษฐ์ขึ้นให้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระของบทของบทกลอน 4. หลังจากผ่านขั้นตอนที่ 1 -3 ก็เป็นขั้นทดลองปฏิบัติท่าราเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างท่ารากับร่างกาย
ผลการวิเคราะห์ท่าราเพลงทับ-เพลงโทนของโนรานทีมณีศิลป์ จานวน3 บท ปรากฏท่าราทั้งหมด 197 ท่า จาแนกกลุ่มท่าราทั้งหมด 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มท่าราพื้นฐานแบบดั้งเดิม 2) กลุ่มท่าราที่เลียนแบบธรรมชาติ และ 3) กลุ่มท่าราที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่ ทั้ง3 กลุ่มท่ารานี้ พบว่าโนรานที มณีศิลป์ มีลักษณะการใช้แขนและมือใน 2 รูปแบบนี้มากที่สุด คือการ แขนงอเป็นการหักศอกข้างใดข้างหนึ่งให้งอโดยในการงอแขนของการรา และแขนเหยียดตึงไม่โค้งงอ นอกจากนี้ยังพบลักษณะการใช้มือ มี 3 รูปแบบ คือ การตั้งมือวง การกามือ และมือประกบ
คำสำคัญ แนวคิด กระบานท่ารา เพลงทับเพลงโทน |